คนโต คนกลาง คนเล็ก
เลี้ยงอย่างไรให้ได้ดี?
โดย: เพียงขวัญ

เขาว่า...พี่คนโตชอบตัดสินใจและใช้อำนาจควบคุมน้อง
พี่กลางมักจะเงียบขรึม แต่บางครั้งก็หัวอ่อนและไม่มีจุดยืน
ส่วนน้องเล็กเฮฮาสุด เพราะมีแต่คนเอาใจ และไม่ค่อยโดนคาดหวัง
แล้วความจริง...ลำดับการเกิดมีผลกับการเลี้ยงลูกหรือไม่ เรามีคำตอบให้ค่ะ
.............................................
บุคลิกต่าง...ตามลำดับเกิด
ตอบแบบฟันธงก็คือ กุมารแพทย์บอกว่าลำดับการเกิดไม่ว่าจะเป็นลูกคนโต คนกลาง
คนเล็ก หรือลูกคนเดียวล้วนมีผลกับอุปนิสัยและบุคลิกภาพของลูก คือ
พี่ใหญ่ ลูกคนแรกที่คุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งญาติๆ
ต่างรุมให้ความสนใจหรือเรียกง่ายๆ ว่าเห่อ มักเกิดมาพร้อมกับความคาดหวังของพ่อแม่
ทำให้ต้องเผชิญกับความรับผิดชอบสูง เป็นความหวังของครอบครัว
ต้องเป็นตัวอย่างให้น้องๆ ลูกคนโตจึงเป็นผู้ใหญ่เร็ว จริงจังกับชีวิต
และเนื่องจากลูกคนโตต้องแบกภาระความรับผิดชอบสูง
อาจทำให้มีผลต่อด้านอารมณ์และสังคม คือ มีความเครียดง่าย ตกใจง่าย
มีความวิตกกังวลสูงกว่าคนอื่นๆ ค่ะ
Tip :
คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังกับลูกคนโตมากเกินไป
แบ่งเบาภาระที่เคยมอบให้พี่คนโตทำอยู่คนเดียว ให้กับลูกคนอื่นๆ
ได้ช่วยเหลือและรับผิดชอบบ้าง
พี่กลาง หรือที่ใครๆ ชอบเรียกว่า Wednesday child
และบอกว่าอาจเป็นเด็กมีปัญหา เพราะคุณพ่อคุณแม่มักไม่ค่อยตื่นเต้น มากเท่าคนแรก
เนื่องจากมีประสบการณ์จากลูกคนโตมาแล้ว และไม่ได้รับการเอาอกเอาใจเท่าลูกคนเล็ก
ลูกคนกลางมักเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดี
เพราะไม่ต้องแบกความหวังหรือภาระจากคุณพ่อคุณแม่เหมือนลูกคนโต
แม้จะต้องคอยดูแลน้องคนเล็กด้วย
แต่ลูกคนกลางก็สามารถดูแลและให้ความรักกับน้องคนเล็ก และรับจากพี่คนโตได้ดี
มีความยืดหยุ่น เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมก็จะรู้สึกว่าไม่ต้องแข่งขันกับใคร
Tip :
เพื่อป้องกันลูกคนกลางเกิดปัญหาไม่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ เหมือนพี่หรือน้อง
คุณพ่อคุณแม่คงต้องเพิ่มความใส่ใจกับลูกคนนี้มากขึ้นอีกสักนิด
รวมทั้งหากิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์
ให้ลูกทุกคนและคุณพ่อคุณแม่เองได้ทำร่วมกัน
น้องเล็ก
พูดถึงน้องคนสุดท้องปุ๊บ
ภาพเด็กเอาแต่ใจตัวเองก็แว้บขึ้นมาทันทีใช่มั้ยคะ
เพราะลูกคนเล็กมักได้รับการเอาอกเอาใจ หรืออาจถึงขึ้นตามใจจากคนในครอบครัว
ด้วยคิดว่าลูกคนสุดท้องเป็นเด็กอยู่เสมอ บวกกับความที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาพี่น้อง
ทำให้ลูกคนเล็กดูจะมีแต่ความร่าเริงสนุกสนาน และไม่ต้องรับผิดชอบมากเหมือนพี่ๆ
นอกจากนั้น ลูกคนเล็กจะมีบุคลิกหลายอย่าง
เพราะมีตัวอย่างให้เลียนแบบพฤติกรรมหลายคน เช่น อาจเหมือนคุณพ่อ คุณแม่
หรืออาจเหมือนพี่คนใดคนหนึ่งที่สนิทค่ะ
Tip :
ลูกคนเล็กจะไม่กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ หากคุณพ่อคุณแม่ฝึกให้เขาเป็นฝ่ายให้บ้าง
ไม่ใช่เป็นฝ่ายรับการเสียสละจากพี่เพียงอย่างเดียว
และควรให้ลูกได้ช่วยแบ่งเบาภาระจากพี่ๆ ด้วยค่ะ
ลูกคนเดียว หรือลูกโทน มักได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่เป็นอย่างดี
ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวก็อาจได้รับการตามใจไม่แพ้ลูกคนเล็ก
ขณะที่พ่อแม่เองก็มักจะตั้งความหวัง และความภาคภูมิใจไว้กับลูกมากเช่นกัน
ลูกโทนจึงอาจจะมีนิสัยชอบกดดันตัวเอง เพราะต้องการทำสิ่งต่างๆ ให้พ่อแม่ภูมิใจ
และต้องตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตเพียงลำพัง
เด็กที่เป็นลูกโทนบางคนอาจเข้าสังคมได้ยาก เพราะไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้อง
แม้ลูกโทนส่วนใหญ่จะรู้จักทั้งให้และรับ
แต่ก็จะเป็นการให้และรับที่ขึ้นอยู่กับความต้องการและการตัดสินใจของเขาเป็นหลักค่ะ
Tip :
ลดความคาดหวังเพื่อลดความกดดันของลูก
ลดการตามใจเพื่อป้องกันปัญหาเอาแต่ใจตัวเอง
เพิ่มการพาไปเข้าสังคมเพื่อให้ลูกได้ปรับตัวและเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยหล่อหลอมบุคลิกภาพ
แม้ลำดับการเกิดจะมีผลกับอุปนิสัยและบุคลิกภาพของลูก
แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ
เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่มีส่วนหล่อหลอมบุคลิกและอุปนิสัยของลูก เช่น
พื้นอารมณ์ มีความสำคัญมาก
เพราะเด็กแต่ละคนมีพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกัน เช่น บางคนเลี้ยงยาก
บางคนเข้ากับคนอื่นยาก เป็นต้น
การเลี้ยงดู มีส่วนอย่างยิ่งค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นลูกคนโต คนกลาง คนเล็ก หรือลูกคนเดียว
หากได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้เกิดนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ได้เช่นกันค่ะ
เช่น เลี้ยงลูกแบบประคบประหงม ทำให้กลายเป็นเด็กไม่รู้จักโต เป็นต้น
ความสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อม
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เพราะหากความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวไม่ราบรื่น
ไม่ว่าจะเป็นการไม่ค่อยแสดงความรักกับลูก ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
ชอบใช้ความรุนแรง ด่าทอกันเกือบตลอดเวลา ฯลฯ ลูกก็จะซึมซับนิสัยและอารมณ์
ตามการแสดงออกและความสัมพันธ์ของพ่อแม่ค่ะ
3
เรื่องที่พ่อแม่ควรให้ลูก
ไม่ว่าจะเป็นลูกคนที่เท่าไร 3
เรื่องนี้จะช่วยให้คุณส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของลูกได้อย่างสมวัยยิ่งขึ้นค่ะ
ความเท่าเทียม สำหรับบ้านที่มีลูกหลายคน
ลูกควรได้รับความเท่าเทียมกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความรักความเอาใจใส่
เวลาในการพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกัน
การยอมรับ
เด็กแต่ละคนเกิดมาพร้อมความแตกต่างทั้งเรื่องพื้นอารมณ์ สติปัญญา ความสามารถ
คุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับความเป็นตัวตนของลูกคนนั้น
ต้องเชื่อมั่นและคาดหวังลูกตามที่ลูกเป็น
ไม่เปรียบเทียบ
การเปรียบเทียบลูกกับพี่น้องของตัวเอง หรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ
จะบั่นทอนความรู้สึกของลูกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นอกมั่นใจในตัวเอง
อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
ยิ่งเข้าใจในธรรมชาติของลูกมากเท่าไร
ก็จะทำให้พ่อแม่อย่างเราสามารถส่งเสริมเขาได้มากเท่านั้น
และพฤติกรรมของลูกไม่ว่าจะคนที่เท่าไหร่ก็ตาม
ล้วนเป็นกระจกสะท้อนการเลี้ยงดูของพ่อแม่ค่ะ
| จาก: |
 |
|