รายละเอียดบทความ

ลูกเป็นสาว (หนุ่ม) ก่อนวัย

ลูกเป็นสาว (หนุ่ม) ก่อนวัย

โดย: ยอดหญ้า

 

พัฒนาการบางอย่างของร่างกายที่ "เกินวัย"

 

 

เรื่องใหญ่แน่ค่ะ!!! ถ้าอยู่ดีๆ น้องหนูวัยอนุบาลก็เริ่มมีหน้าอก มีประจำเดือนและพัฒนาการทางเพศเกินวัย..

พัฒนาการตามวัย ของเด็กๆ นั้น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหมายถึงการเจริญเติบโตที่สอดคล้องเหมาะสม การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการเป็นลำดับ

แต่ถ้าหนูๆ มีพัฒนาการบางอย่างที่ "เกินวัย" โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เรียกว่า หนุ่ม-สาวก่อนวัย (Precocious Puberty) ทั้งพ่อและแม่แน่คงกังวลไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ

ศ.นพ.พัฒน์ มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จะมาช่วยให้เราเข้าใจและดูแลลูกได้อย่างถูกต้องหากลูกเข้าข่ายโตเกินวัยค่ะ

หนุ่ม-สาวก่อนวัย???


เป็นภาวะที่เด็กชายหรือเด็กหญิงเริ่มมีพัฒนาการทางเพศก่อนเกณฑ์ปกติ สำหรับเด็กผู้หญิงคือเริ่มมีเต้านมก่อนอายุ 8 ปี และเริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 9 ปี ส่วนเด็กผู้ชายคือการที่อวัยวะเพศขยายใหญ่หรือเริ่มมีขนขึ้นก่อนอายุ 9 ปี

ซึ่งภาวะเหล่านี้ถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งของร่างกายค่ะ เพราะตามปกตินั้น เมื่อคนเราอายุประมาณ 10 ปี ก็จะเข้าสู่ภาวะหนุ่มสาวตามธรรมชาติของทั้งสองเพศ เนื่องจากสมองมีการสร้างฮอร์โมนขึ้นมากระตุ้นต่อมเพศ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายรวมทั้งจิตใจค่ะ และที่น่าใส่ใจก็คือโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนี้ สามารถพบได้แม้แต่ในเด็กเล็กวัยอนุบาล แล้วยังมีส่วนหนึ่งที่ปรากฏอาการตั้งแต่อายุ 2-3 ปีอีกด้วยนะคะ

เหตุของ "หนุ่ม-สาวก่อนวัย"

โรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนี้ มีสาเหตุจากการที่ต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นรังไข่ (สำหรับเพศหญิง) หรือลูกอัณฑะ (สำหรับเพศชาย) จึงเกิดการสร้างฮอร์โมนเพศ ทำให้ร่างกายได้รับการกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น เด็กผู้หญิงจะมีเต้านมโตขึ้นเร็วกว่าปกติ รูปร่างมีทรวดทรงมากขึ้น และประมาณ 1-3 ปีต่อมา มดลูกจะมีความหนาตัวมากขึ้นและมีการหลุดลอกของผนังชั้นในจนเกิดเป็นประจำเดือน ส่วนเด็กผู้ชายจะมีอวัยวะเพศโตขึ้น มีขนขึ้น มีหนวดเครา น้ำเสียงแหบห้าวมากขึ้น

ซึ่งสาเหตุก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การเป็นเนื้องอกที่รังไข่ หรือเกิดความผิดปกติในระดับสารเคมีในสมอง ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นให้สร้างฮอร์โมนเพศก่อนเวลาที่เหมาะสมค่ะ

สังเกต "หนุ่ม-สาวก่อนวัย"

* ด้านร่างกาย ฮอร์โมนเพศจะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีการพัฒนาเร็วกว่าเกณฑ์การเจริญเติบโตตามวัย ลักษณะที่จะปรากฏเด่นชัดคือเรื่องของส่วนสูง รูปร่าง น้ำหนักค่ะ เพราะเขาจะมีการเจริญเติบโตที่เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ร่างกายโตขึ้น กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น กระดูกยาวขึ้น

* ด้านอารมณ์และจิตใจ อาจมีความเปลี่ยนแปลงบ้าง ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศเช่นกันค่ะ เด็กผู้ชายอาจจะมีอารมณ์ร้อน หรือมีความก้าวร้าวมากขึ้น ส่วนเด็กผู้หญิงนั้น นอกจากความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย ผิวพรรณ ทรวดทรง ก็อาจจะแสดงออกถึงความรักสวยรักงามมากขึ้น

จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นลักษณะที่น่าจะเกิดกับเด็กที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นมากกว่าวัยเด็กเล็กอย่างวัยอนุบาลหรือวัยประถมต้น ซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางเพศที่ปรากฏนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าฮอร์โมนเพศของเด็กแต่ละคนนั้นมีมากน้อยเพียงใดค่ะ

Q : ลูกแค่โตเร็ว หรือ เป็นหนุ่ม-สาวก่อนวัย???

A : คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกังวลถึงเจ้าหนูยายหนูที่บ้าน ด้วยความสงสัยว่า "เอ...ลูกเราโตเกินวัยหรือเปล่านะ?" เพราะลูกตัวโตกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่โรงเรียน จนเหมือนเรียนคนละชั้นกัน คุณหมอพัฒน์ชี้แจงว่าเด็กๆ ที่มีการเจริญเติบโตเร็วเพราะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์นั้น อาจไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผลของโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยเสมอไปค่ะ

วิธีตรวจสอบง่ายๆ ทำได้ที่บ้านก็คือการสังเกตนี่ล่ะค่ะ เพราะเด็กๆ ที่เป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนั้น นอกจากจะมีรูปร่างที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกันแล้ว ในเด็กผู้หญิงจะมีการพัฒนาของเต้านม เหมือนกับเต้านมของวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ รวมทั้งการมีประจำเดือนก่อนวัยอันควร และเด็กผู้ชายก็จะมีการพัฒนาของอวัยวะเพศร่วมด้วย ซึ่งหากพบว่ามีอาการดังกล่าว ขอให้ตั้งข้อสันนิษฐานค่ะว่าอาจจะเข้าข่ายโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัย ซึ่งควรไปพบปรึกษาแพทย์และทำการรักษาค่ะ

Q : หนุ่ม-สาวก่อนวัย ต่างอย่างไรจากโรคอ้วน???

A : ส่วนหนูๆ ที่จ้ำม่ำกว่าเพื่อนนั้น มักจะมีเนื้อของเต้านมค่อนข้างมาก ทำให้คุณพ่อคุณแม่บางคนไม่ทันสังเกต เพราะคิดว่าลูกอ้วน ทั้งที่จริงๆ เขามีเต้านมแล้ว

กรณีนี้อาจตรวจสอบด้วยการสอบถามจากลูกได้ค่ะ ว่าเขามีอาการตึงที่หน้าอก เจ็บหน้าอกหรือไม่ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งว่าเต้านมของเขากำลังขยายขนาดใหญ่ขึ้น รวมทั้งสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองด้วยการคลำที่หน้าอกของลูก เพราะปกติหน้าอกของเด็กเล็กนั้นจะเป็นเพียงเนื้อนิ่มๆ เท่านั้น หรือถ้าเป็นเด็กอ้วน เนื้อนั้นก็จะเป็นลักษณะของไขมันซึ่งเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง แต่ถ้าเป็นเต้านมจะพบว่ามีไตเล็กๆ หรือมีก้อนเนื้อเกิดขึ้นค่ะ

เรื่อง "ก่อนวัย" ผลเสียมากกว่าผลดี

* ด้านร่างกาย จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในช่วงแรกๆ ของเด็กที่เป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนั้น คือจะมีความสูงเพิ่มขึ้นมากอย่างผิดปกติ จนดูเหมือนเป็นผลดีที่เด็กมีพัฒนาการทางร่างกายที่เร็ว แต่เรื่องนี้จะกลายเป็นผลเสียในระยะยาว คือร่างกายของเขาจะหยุดการเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ เนื่องจากฮอร์โมนเพศไปเร่งให้การเจริญเติบโตเร็วขึ้น ทำให้กระดูกของเขาปิดเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทำให้ร่างกายของเขาพัฒนาความสูงได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ คนที่เป็นโรคนี้จะเตี้ยกว่าคนปกติค่ะ

สำหรับเด็กเล็กวัยอนุบาลหรือวัยก่อนอนุบาลยิ่งต้องระวังค่ะ เพราะถ้าร่างกายของเขาถูกกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตเร็วขึ้นตั้งแต่ยังเล็ก จะยิ่งทำให้ร่างกายของเขาหยุดการเจริญเติบโตเร็วขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องส่วนสูง ซึ่งเขาอาจจะเพิ่มส่วนสูงได้อีกเพียง 10 เซนติเมตรแล้วหยุดการเจริญเติบโต จนสุดท้ายแล้วก็ต้องสูญเสียความสูงตามธรรมชาติของเขาไป

* ด้านอารมณ์และจิตใจ เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายที่เด่นชัด เช่น การมีเต้านม หรือการมีขนที่อวัยวะเพศ อาจทำให้เด็กที่เป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนี้ เกิดความแปลกแยกจากกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกัน รวมทั้งอาจส่งผลกระทบถึงการใช้ชีวิตตามปกติของน้องหนูในบางกรณีได้ค่ะ เพราะเด็กๆ ที่เป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตั้งแต่การสัมผัส การลูบคลำ การมีเพศสัมพันธ์ การข่มขืน รวมไปถึงการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ เนื่องจากพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ในเรื่องเพศศึกษาของน้องหนูนั้นมิได้พัฒนาไปตามการเจริญเติบโตของร่างกาย

สมมติเช่น เด็กผู้หญิงวัย 5 ปีเป็นโรคสาวก่อนวัยและมีประจำเดือนแล้ว ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ เพราะการมีประจำเดือนนั้นบ่งบอกว่ามดลูกและรังไข่ของเด็กคนนั้นพร้อมที่จะตั้งครรภ์เหมือนกับเด็กโตหรือวัยรุ่น ซึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้ามก็คือความเข้าใจในเรื่องเพศของวัยเด็กเล็กเช่นนี้มีน้อยมาก ทำให้เขาไม่รู้วิธีดูแลตัวเองหรือวิธีป้องกันค่ะ

รู้เร็ว...เร่งรักษา


ที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่ค่อยมีใครรู้จักโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนี้มากนัก แต่คุณหมอพัฒน์ก็ได้ให้ข้อมูลว่าในเด็ก 100 คนนั้น มีโอกาสที่จะพบเด็กที่เป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัยนี้ 1 คนค่ะ และเนื่องจากโรคนี้จะปรากฏอาการให้เห็น ผ่านความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายได้เด่นชัดที่สุด จึงขอให้คุณพ่อคุณแม่เฝ้าระวังสังเกตในแต่ละช่วงวัยของน้องหนูค่ะ

ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่พบว่าร่างกายของลูกมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เข้าข่ายโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัย ก็ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ ค่ะ เช่น ถ้าเด็กเป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัย เพราะเป็นเนื้องอกในสมองซึ่งส่งผลให้ฮอร์โมนเพศทำงานผิดปกติ ก็ต้องทำการแก้ไขที่ต้นเหตุ คือผ่าตัดเพื่อรักษาโรคเนื้องอกในสมอง

แต่ถ้าไม่พบสาเหตุอื่นๆ ก็ต้องทำการรักษาโดยการชะลอความเป็นหนุ่ม-สาว ส่วนในกรณีที่ตรวจไม่พบสาเหตุก็ควรให้ยาเพื่อชลอการเป็นหนุ่ม-สาว เพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับเป็นปกติ คือไม่อยู่ในระดับที่สูงเท่ากับระดับฮอร์โมนของวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่

การรักษาด้วยการชลอความเป็นหนุ่ม-สาวนี้ ฮอร์โมนเพศที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานมากผิดปกติจะถูกปรับให้ค่อยๆ เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งผลของการรักษานั้นจะเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของร่างกายค่ะ เช่น เต้านมของเด็กผู้หญิงจะค่อยๆ มีขนาดลดลง ซึ่งยานี้จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องจนเด็กมีอายุที่เหมาะสมกับพัฒนาการทางร่างกาย ช่วง 11-12 ปี เพราะถือเป็นช่วงที่พัฒนาการทางร่างกายและะการเจริญเติบโตของเขาเป็นไปตามธรรมชาติที่เหมาะสมกับอายุของเขาค่ะ

นอกจากนี้ คุณหมอพัฒน์ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีเด็กหลายคนที่เข้ารับการรักษาช้า เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ทันสังเกตว่าลูกเป็นโรคหนุ่ม-สาวก่อนวัย ทำให้ยิ่งเป็นผลเสียกับทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น กรณีของเด็กผู้หญิงที่มีเต้านมประมาณ 1-2 ปีแล้ว รอจนเขาเริ่มมีประจำเดือน คุณพ่อคุณแม่จึงรู้ว่าลูกมีอาการผิดปกติ ซึ่งถือว่าปล่อยไว้นานเกินไป ทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้นอีก เมื่อเทียบกับการรักษาตั้งแต่มีอาการเริ่มแรก

เมื่อได้รับการรักษาทางการแพทย์แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูแลลูกๆ ได้ตามปกติค่ะ เพราะสภาพจิตใจของเขาก็ถือว่าไม่ต่างจากเด็กปกติ

ขอเพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ไม่มองข้ามในเรื่องพัฒนาการของลูกทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพียงเท่านี้จอมซนที่บ้านก็พร้อมจะเติบโตตามวัยอย่างสดใสแข็งแรงแล้วล่ะค่ะ


จาก: นิตยสาร Kids & School
ผู้ลงบทความ : Shoes R Us Team